| อรุโณทัยในแดนอาหรับเบียน 001 |
|
|
| Written by Kandykandoo | |
| Monday, 17 August 2009 13:11 | |
|
(ถ้าให้คุณดูแค่หัวเรื่อง บวกกับความพยายามเขียนอะไรห่วยๆ ของฉัน คุณก็คงจะเบื่อ แต่ถ้าคุณคือเพื่อนฉัน และฉันดันส่งให้คุณ คุณก็อ่านไปเถอะ อย่างน้อยๆ คุณอาจให้การกับสถานทูตได้ถูกหากเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ขอบคุณนะ :)) 5 ชั่วโมงครึ่งจากเที่ยวบินที่บอกว่าจะออก 11.25 น. แต่กลายเป็น 12.00 น. เพราะเจ้าทัวร์เอื้องหลวงแผลงฤทธิ์ รอผู้โดยสารจอมสะเหล่อ (ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน) ถึง 4 คน ถึงสนามบินดูไบเวลาประมาณ 17.30 น. ของไทย หรือเวลา UAE (United Arab Emirates) ก็เกือบบ่าย 3 โมง ฉันต้องต่อคิวรับเอกสารนานมาก เพราะมีชาวต่างด้าวจากประเทศใกล้เคียงมากมายเหลือเกิน ทำหนังสือเพียงแป๊บเดียว แต่คิวนานเป็นชาติ จากนั้นก็ไปรับกระเป๋าและเพลิดเพลินกับการเลือกชมสินค้า duty free ของดูไบ ฉันซื้อของตุนไว้ย้อมใจยามคิดถึงประเทศบ้านเกิดเมืองนอน เพราะเพื่อนบอกว่าการหาซื้อสุรานั้นยากยิ่ง มีค่าดังทอง เพราะที่นี่อนุญาตให้ซื้อได้เพียง 1 ลิตรต่อเดือนต่อคน และยังต้องทำเรื่องขอซื้อสุราอีก โอกาสสุดท้ายใน duty free จึงเป็นทางเลือกที่ดี โดยใน duty free ก็ยังมีกฎหมายกำหนดห้ามซื้อเกินคนละ 4 ขวด ฉันคว้า vodka มา 3 ขวดด้วยความภาคภูมิใจ แต่ก็ยังงงๆ เพราะทำไปทำมาก็ไม่รู้ว่าจะเอาเวลาที่ไหนมาดื่มให้หมด กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาไปเกินครึ่งชั่วโมง เข็นของอีนุงตุงนัง มองหาคนขับรถของบริษัทที่นัดหมายว่าจะชูป้ายชื่อแล้วรู้กัน ซึ่งก็มองหาได้ง่ายมาก ป้ายใหญ่เบ้อเริ่ม print สี และ mock up ใส่ future board อย่างดี หันไปเพียงชั่วแวบตาก็รู้ ช่างสมกับเป็นบริษัทโฆษณาจริงๆ วันนั้นเป็นวันจันทร์ คนขับรถจึงพาฉันไปส่งที่สำนักงานทันที จากสนามบินถึงที่ทำงานใช้เวลาเพียง 15 นาที เพราะสนามบินนานาชาติเมืองดูไบนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองพอดิบพอดี (ลองนึกถึงสุวรรณภูมิบ้านเรา ซึ่งดีกว่าหลายเท่า เพราะเรามีสนามบินที่ใหญ่กว่า แต่...) เมื่อถึงที่ทำงานก็ราวบ่าย 4 โมงบ้านเขา พนักงานเขากลับบ้านกันหมดแล้ว ได้พบก็แต่เจ้านาย คุณ Maher เจ้าของบริษัท ซึ่งคอยต้อนรับฉันอยู่ที่นั่น หลังจากแนะนำตัวและทักทายก็ทราบว่านายของฉันเขาจบด้านการออกแบบการแสดงจากประเทศฝรั่งเศส ทำงานเป็นผู้กำกับเวทีละครบรอดเวย์และแฟชั่นโชว์ในฝรั่งเศสราว 14 ปี จึงโยกย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ดูไบ และเปิดบริษัทโฆษณานี้ นายฉันเป็นชาวเลบานอนโดยกำเนิด ดังนั้นฐานันดรของเขาในประเทศนี้จึงไม่ต่างจากฉันคือชาวต่างด้าว บริษัทมีหุ้นส่วนอยู่ 4 คนด้วยกัน มีนายเราและชาวฝรั่งเศสอีก สำนักงานเล็กมาก มีพนักงานทำงานรวมทั้งหมดราว 16 คน ทำงานกันทุกรูปแบบตั้งแต่ TVC, Spot Radio, Presentation, Event, Website, Graphic Design, Advertising ยกเว้นการทำ Research, Marketing Plan, Agency จากที่กล่าวถือว่าเราเป็น Media House มากกว่าผู้ทำงานด้านการสร้างแบรนด์ หลังจากที่นายเปิด Shoe Real Presentation ของบริษัท บอกได้เลยว่าเรามี client ที่มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ราว 5 บริษัท (อยากบอกว่าแต่ละรายใหญ่กว่าแลนด์แอนด์เฮ้าส์หลายเท่า เพราะคนที่นี่เขารวยเวอร์) ส่วนลูกค้าที่เหลือคือกลุ่มที่เป็นหน่วยราชการ โดยเรารับผิดชอบรัฐรัฐหนึ่งไปเลย คือรัฐราสอัลไคมาห์ (Ras al-Khaimah) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกอบไปด้วยรัฐ 7 รัฐ แต่ละรัฐมีผู้ว่าการรัฐซึ่งประเทศนี้เรียกว่า King โดยจะมี King ที่ใหญ่ที่สุดดูแลอีก 1 คน รวมประเทศนี้มี King ทั้งหมด 8 คน รัฐที่เป็นเมืองหลวงคือรัฐอาบูดาบี ซึ่งห่างจากรัฐดูไบราว 100 กิโลเมตร แต่รัฐที่เป็นเมืองเศรษฐกิจและรวยที่สุดคือรัฐดูไบ รวยอันดับ 2 คือรัฐอาบูดาบี ส่วนรัฐราสอัลไคมาห์นั้นถือว่ารวยเป็นอันดับที่ 4 นี่เป็นเพียงก้าวแรกในแดนอาหรับของ kandykandoo หากอยากติดตามประสบการณ์ต่างแดนของเธอ เธอคงมีอะไรมาเล่าอีกมากในอิ่มทิพย์ฉบับต่อๆไป
|
|
Chiang Mai, Thailand
|
|||||||
![]() |
|
||||||
|
![]() CALM
|
||||||
| Show more details | |||||||
|
|||||||
![]() “ฤดูหนาวที่มินนิโซตาอันยาวนานและหนาวจัดบ่มเพาะให้ผมหลงใหลในที่ที่ไกลโพ้น ผมใฝ่ฝันจะทำงานบำบัดโรคติดต่อในเขตร้อนและด้านปัญหาสุขอนามัยโลก” -Peter Agre- |